กาลในภาษาอังกฤษ  English Grammar Tenses

English Grammar Tenses 
ทำอย่างไรถึงจะจำ
12 Tense ได้

เคยมั้ยที่คุณพบว่ามันยากซะเหลือเกินเวลาเรียนเรื่อง Tense   นักเรียนมักมีปัญหากับการจำกฎแต่จำไม่ได้สักทีแม้ว่าพวกเขาจะเรียนมานานก็ตาม ใจเย็นค่ะและลองพยายามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังสุภาษิตที่ว่า         “ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั้น” ในบทเรียนนี้เราต้องการช่วยคุณให้จำโครงสร้าง Tense ในภาษาอังกฤษ งั้นเรามารู้จักเทคนิคและวิธีการทำความเข้าใจง่ายๆ ค่ะ ฉันมั่นใจว่าคุณต้องหลงรักเรื่อง Tense แน่ๆ

How to remember 12 tenses structure
Have you found it difficult to learn English Language Tenses? Student often students have a problem remembering the rules even if they have learnt this many times. Try to stay calm and learn this idiom, “Where there is a will, there is a way.”  In this lesson we want to help you remember the English Language Tense Rules :-). Let’s learn a technique to help you understand easily. I am sure eventually you will fall in love with 12 tenses.

12 Tenses (กาล)

ก่อนอื่นเรามารู้จัก ทั้ง12 กันค่ะ โครงสร้างทุกประโยคล้วนแล้วแต่มีคำกริยา  ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่คุณต้องรู้ทั้ง 12 Tense เวลาที่เราจะสร้างประโยค หลักสำคัญนึกถึงประโยคหรือเหตุการณ์นั้นว่าอยู่ช่วงเวลาใด อดีต ปัจจุบัน หรือ อนาคต ซึ่งแต่ละเหตุการณ์มี 4 รูปแบบ   จำแค่ 3 หลัก 4 ย่อย พยายามทำความเข้าใจมากกว่าที่จะท่องจำนะคะ

The first thing we should know about the structure of the 12 tenses is that all sentences must have a verb. When you make sentences, you must think about the time of the events. Are the events in the past, the present or the future – then you need to consider that each of these events (past, present and future) have four different forms. You must think this through first before writing your sentence!!!!!

                                          

  • เรามาดูแบบแรกก่อนค่ะ  The simple Tense Patterns ง่ายสมชื่อเลยค่ะ simple มีความหมายว่าง่าย
  • The simple Tense Patterns นี้เป็นแบบเดี่ยวๆ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน  ดูที่ตารางประกอบด้วยนะค่ะ
  • The simple patterns are not complicate and very easy.Please look at the table above with the descriptions.                                                                                                                             

 

  • ต่อมาแบบที่ 2 เป็น Tense ที่พูดถึงเรื่องราวที่กำลังดำเนินอยู่ในแต่ละช่วง จำโครงสร้างต้องมี  Verb to be และตามด้วยคำกริยาที่เติม ing ค่ะ
  • The second Tense we are looking at is the Continuous Tense. It used in when describing actions that are an on-going event. Remember the structure has be = Verb to be+ Verb ing ending. Please look at the table above with the descriptions. 
  • แบบที่ 3 เราใช้อธิบายเหตุการณ์ที่เสร็จสมบรูณ์ โครงสร้างจะประกอบไปด้วยVerb to have และกริยาช่องที่ 3
  • The Perfect Tense is used to explain something that started in the past. took some time and are completed. It is a compound verb and uses the verb to have (in all it’s forms ie Past Present and Future) combined with the verb ie I had put the kettle on. Please look at the table above with the descriptions.
  • แบบที่ 4 คล้ายกับแบบที่ 3 แต่ต่างกันที่แบบที่ 3 จะอธิบายเหตุการณ์ที่ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ  โครงสร้างจะประกอบไปด้วย Verb to have และกริยาช่องที่ 3 Verb to be และคำกริยาที่เติม ing เรามีเทคนิคการจำง่ายๆ มาฝาก ดูที่ กริย่าช่อง 3 และ Verb to be นำมารวมกันก็จะเหลือ been สรุป Verb to have+ been+ ing
  • The Perfect Continuous is similar to the the third form above but they are little difference. The fourth form explains the actions that ongoing ie started in the past and are still going on now. Let’s summarize the structure we use. The  Verb to have + been+ Verb & ing. Please look at the table above with the descriptions

 

ฉันหวังว่าคุณจะชอบเรื่อง Tense และก็หวังว่าเราจะช่วยคุณให้ประสบความสำเร็จกับการเรียนภาษาอังกฤษและเป็นหนทางที่เป็นประโยน์ต่อตัวคุณ

I hope you enjoy these Tenses and that they will help you succeed in learning English in a fun and productive way.

Nuch
English Language Teacher
English Language Hut

learn English free trial